
4. ขายมรดกกิน
คืออตัญญู
มนุษย์เกิด
มาตัวเปล่า ไปตัวเปล่า
ปราชญ์หรือเขลา
เป็นวัวบ่าว
ของบุตรหลาน
สู้บากบั่น
สร้างตัว กรำแต่งาน
รุ่นหลังผลาญ
รุ่นก่อนสร้าง กรรมผู้ใด?
ทุกวันนี้วัฒนธรรม
กตัญญูเสื่อมลง
บุตรหลานอกตัญญูบางคน
เมื่อได้รับมรดกตกทอดแล้ว
กลับไม่ได้สืบทอดเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ
รู้แต่จะหาความสุขสำราญ
ไม่รู้จักต่อสู้ขวนขวาย
หาความเจริญก้าวหน้าตามอย่างบรรพบุรุษ
กลับนำมรดกที่บรรพบุรุษอุตส่าห์เก็บสะสมมาด้วยความเหนื่อยยากออกขายจนเกลี้ยง
แล้วนำเงินที่ได้มาใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย
ทางสุรา นารี การพนัน
เที่ยวเตร่หาความสนุกสำราญ
จนสิ้นเนื้อประดาตัว
ต้องตกอยู่ในฐานะลำบากยากจน
นับว่าเป็นอกตัญญูอย่างหนึ่ง
ไฉนจึงไม่นึกละอายต่อบรรพบุรุษซึ่งอยู่ในปรโลกบ้าง?
เป็นลูกหลานคน
น่าจะรู้ว่าการก่อร่างสร้างตัวของบรรพบุรุษนั้นแสนยากลำบาก
เอามรดกมาผลาญได้อย่างไร?
มิเป็นการเสียแรงเปล่าของบรรพบุรุษที่อุตส่าห์สะสมมาด้วยความเหนื่อยยากแสนเข็ญหรอกหรือ?
ควรจะรู้ถึงคุณค่าของทรัพย์มรดก
ใช้จ่ายแต่ในทางที่ถูกที่ควร
อันเป็นคุณประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม
เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล
จึงจักเรียกว่า มีความกตัญญู
ดังนั้น
จึงควรพากเพียรบำเพ็ญธรรม
อันเป็นการสืบทอดมรดกความดี
ตามเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ
รับช่วงกิจการที่สุจริตของบรรพบุรุษ
แล้วพัฒนาให้เจริญยิ่งขึ้น
ไม่ทำความเสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล
เหล่านี้ คือความกตัญญู
กตเวที
ขอให้ลูกทั้งหลายพึงสังวร
พระมารดา (เหล่าหมู่)
21
กุมภาพันธ์ 2522 เวลา 20.00 น.
|