
3.
ซื่อสัตย์รักชาติจุติสวรรค์
เผยแผ่ทั่วธรรมะอันประเสริฐ
สิ่งก่อเกิดฉุดช่วยสัตว์ถลำ
ตัณหาพาจิตเดิมแท้ถูกครอบงำ
หนทางพ้นวิบากกรม
บำเพ็ญธรรม
ประเทศชาติเจริญหรือเสื่อม
ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ
จักต้องซื่อสัตย์ภักดีรักชาติบ้านเมือง
เจ้าหน้าที่รัฐทั้งฝ่ายทหารและพลเรือนต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละ
โดยไม่คำนึงถึงตัวเองหรือครอบครัว
ยามใดประเทศชาติตกอยู่ในภาวะอันตราย
เช่น
ถูกรุกรานจากต่างชาติ
ผู้เป็นข้าราชการทหาร
จำต้องออกรบปกป้องพิทักษ์ให้อยู่รอดปลอดภัย
ฝ่ายประชาชนที่อยู่แนวหลังก็ยิ่งควรจะออกทุนทรัพย์
ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของชาติ
ร่วมมือร่วมใจป้องกันประเทศด้วยความสามัคคี
เมื่อทุกคนสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
จะทำให้เกิดเป็นพลังอันเข้มแข็ง
ข้าศึกศัตรูก็ไม่อาจมาย่ำยีหรือทำอะไรได้
ประเทศชาติก็จะรอดพ้นจากอันตรายเกิดความร่มเย็นสงบสุข
แต่ถ้าคนในชาติแตกความสามัคคี
ก็เหมือนเม็ดทรายที่กระจัดกระจายไร้พลัง
ย่อมเป็นโอกาสให้ข้าศึกศัตรูทำลายล้างโดยง่าย
และเมื่อไร้ประเทศไหนเลยจะมีบ้าน
ดังภาษิตว่า "เมื่อรังคว่ำ
ไข่ก็แหลก"
ถ้าทุกคนคิดได้ดังที่กล่าวนี้
ก็จะเกิดความรักชาติ
สามัคคีอย่างแท้จริง
ประเทศชาติก็ย่อมจะเข้มแข็งเป็นมหาอำนาจ
ดังนั้นทุกคนจึงควรปฏิบัติธรรม
ซื่อสัตย์รักชาติบ้านเมือง
แม้ตัวจะตาย
ก็เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล
วิญญาณก็จะจุติบนสวรรค์โดยตรง
เป็นเทพเป็นพุทธะตามความดีความชอบ
นี่คือสัจธรรมอันเที่ยงแท้แน่นอน
พระมารดา (เหลาหมู่)
18 กุมภาพันธ์ 2522
เวลา 21.00 น.
เดือนพุทธบุตร
รุดรู้แจ้ง จิตตัวนำ
เป็นสัจธรรม
อนุตตรฯ กลางดินฟ้า
เป็นความว่าง
ไม่ว่างเปล่า ตลอดมา
เป็นสุญญตา
ไม่สูญเปล่า จงเข้าใจ
เมื่อภาวะ อนุตตรฯ
เคลื่อนขยับ
รูปภพปรับ
ปรากฏเห็น เป็น "อินหยาง"
เกิดฟ้าดิน
เกิดมีคน อยู่ท่ามกลาง
อากาศต่าง ๆ
ผลัดเปลี่ยนเป็น สี่ฤดู
|